fbpx
Search
Close this search box.

สินค้า GI: พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก จาก “อัตลักษณ์ชุมชน” สู่แบรนด์มูลค่าพันล้าน

             ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ผู้บริโภคมองหาเรื่องราวและคุณภาพที่เชื่อถือได้ สินค้า GI (Geographical Indication) หรือ “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าท้องถิ่นไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล สินค้า GI ไม่ใช่เพียงแค่ผลผลิตทางการเกษตรหรือหัตถกรรมทั่วไป แต่คือ “แบรนด์ของท้องถิ่น” ที่ได้รับการจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อการันตีว่าสินค้านั้นมีคุณลักษณะพิเศษที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง “วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และสภาพภูมิศาสตร์” ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ หรืออากาศของพื้นที่นั้นๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ความสำเร็จที่วัดผลได้ด้วยตัวเลขแสนล้าน

             ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนสินค้า GI แล้วถึง 252 รายการ ครอบคลุมครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจในเชิงวัฒนธรรม แต่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนรวมกว่า 114,000 ล้านบาท โดยแบ่งหมวดหมู่ความหลากหลายได้เป็น 3 กลุ่มหลัก:

  1. หมวดเกษตรกรรม (167 สินค้า): นำโดยข้าว 24 รายการ เช่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง พืชผักผลไม้ 125 รายการ เช่น ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว รวมถึงประมงและปศุสัตว์
  2. หมวดหัตถกรรม (46 สินค้า): เช่น ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด และโอ่งมังกรราชบุรี
  3. หมวดอุตสาหกรรม (39 สินค้า): ครอบคลุมอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม เช่น หมูย่างเมืองตรัง ปลากุเลาเค็มตากใบ และไวน์เขาใหญ่

ก้าวต่อไปในปี 2569: ยกระดับอัตลักษณ์ใหม่ 26 รายการ

             นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เปิดเผยแผนงานเชิงรุกในปี 2569 โดยตั้งเป้าผลักดันสินค้าเป้าหมายใหม่เพิ่มอีก 26 รายการ จาก 23 จังหวัด ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าต่อยอดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อีกกว่า 2,600 ล้านบาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 กรมฯ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า GI ใหม่ที่น่าสนใจไปแล้วหลายรายการ อาทิ ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ, ส้มโอเวียงแก่น จ.เชียงราย, กุ้งมังกร 7 สี จ.ภูเก็ต และชมพู่คลองหาด จ.สระแก้ว และที่เป็นไฮไลท์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 คือ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง จ.ยะลา ซึ่งถือเป็นสินค้า GI รายการที่ 6 ของจังหวัด ที่สะท้อนถึงคุณภาพเนื้อปลาที่แน่นและไร้กลิ่นคาวจากระบบน้ำไหลในพื้นที่ภูเขา

GI กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

             การได้รับตราสัญลักษณ์ GI ช่วยสร้าง “เกราะคุ้มกัน” ให้กับชุมชน ป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า และเพิ่มอำนาจการต่อรองในการตั้งราคา (Premium Pricing) สินค้าอย่าง ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร หรือ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อสินค้ามีเรื่องราวและที่มาที่ชัดเจน จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินทั้งจากการส่งออกและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ สินค้าเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็น Soft Power ที่ทรงพลัง ช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก สรุปได้ว่า สินค้า GI ไทยเปรียบเสมือนฟันเฟืองหลักในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เปลี่ยนจาก “ของดีในหมู่บ้าน” ให้กลายเป็น “ของล้ำค่าระดับสากล” ที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างมั่นคง พร้อมส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่