fbpx
Search
Close this search box.

หุ้นกู้คืออะไร? เสี่ยงไหมถ้าจะลงทุน?

            หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่าหุ้นกันมาบ้างพอสมควร แต่ยังมีอีกหนึ่งคำที่เราควรทราบคือคำว่า “หุ้นกู้” เพราะเป็นหนึ่งตราสารหนี้ที่น่าลงทุน และจัดอยู่ในโซนที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ำ

หุ้นกู้คืออะไร ?

          หุ้นกู้ คือ “ตราสารหนี้”หรือ ตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (นักลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “ดอกเบี้ย” อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อระดมทุนสำหรับใช้ในกิจการต่างๆ ของบริษัท เช่น เพื่อการลงทุนขยายกิจการ ซื้ออุปกรณ์ หรือเพื่อก่อสร้างโรงงาน หุ้นกู้สามารถแบ่งออกเป็นหน่วยๆ แต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่าๆ กัน ซึ่งเป็นสัญญาระยะปานกลางถึงยาว เช่น หุ้นกู้อายุ 3 ปีจนถึง 10 ปี ซึ่งหุ้นกู้จะมีลักษณะเหมือนพันธบัตรรัฐบาล แตกต่างเพียงพันธบัตรรัฐบาล ออกโดยรัฐบาล ในขณะที่หุ้นกู้ออกโดยบริษัทเอกชน 

           ผลตอบแทนของหุ้นกู้ จะอยู่ในรูปของดอกเบี้ย การจ่ายดอกเบี้ยจะจ่ายปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน แต่สำหรับหุ้นกู้บางรุ่น อาจจ่ายปีละ 4 ครั้ง หรือทุกๆ 3 เดือน ก็ได้ และดอกเบี้ยที่ได้รับจากหุ้นกู้ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ 15% เช่นเดียวกับรายได้จากดอกเบี้ยชนิดอื่นๆ

ประโยชน์จากการลงทุนในหุ้นกู้

    • เป็นแหล่งรายได้ประจำ เนื่องจากหุ้นกู้และตราสารหนี้จะจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ให้แก่ผู้ลงทุน และจะจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุของหุ้นกู้ ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำ และต้องการให้เงินต้นของการลงทุนนั้นยังอยู่ครบ
    • ได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน หุ้นกู้ของบริษัทเอกชน มักจะเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีลักษณะและอายุการลงทุนใกล้เคียงกัน ดอกเบี้ยส่วนที่สูงขึ้นนี้เป็นการชดเชยให้กับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนจะมีความเสี่ยงในด้านการผิดนัดชำระหนี้ มากกว่าพันธบัตรรัฐบาล สำหรับส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนนั้นจะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับอันดับเครดิตของหุ้นกู้ ซึ่งจะถูกจัดอันดับจากสถาบันจัดอันดับเครดิต ซึ่งเป็นบริษัทคนกลางที่ประเมินว่าบริษัทผู้ออกหุ้นกู้แต่ละแห่งอยู่ในอันดับเครดิตเช่นใด ถ้าอยู่ในอันดับสูงหรือเครดิตดี ตีความได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากหุ้นกู้ ก็มีแนวโน้มต่ำกว่าเช่นกัน เมื่อเทียบกับบริษัทที่อันดับเครดิตต่ำกว่า
    • สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ข้อดีของการซื้อหุ้นกู้อีกข้อหนึ่ง คือ สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนมือกันได้ในตลาดรอง เช่น ตลาดตราสารหนี้หรือ Bond Electronic Exchange (BEX) จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ต้องรอให้ถึงวันครบกำหนดอายุ อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องการซื้อขายอาจแตกต่างไปตามขนาดและเงื่อนไขของแต่ละหุ้นกู้ หากนักลงทุนสนใจซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรอง สามารถติดต่อซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ หรือบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้

ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกู้

    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หากเลือกลงทุนในหุ้นกู้ระยะยาวโดยปราศจากการวางแผน อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คุณมีความต้องการใช้เงินก่อนครบกำหนดอายุการลงทุน จนต้องนำไปขายที่ตลาดรอง และส่งผลให้คุณอาจต้องขายขาดทุนหรือไม่ได้รับเงินตามที่ควรจะได้ถ้าถือต่อจนครบอายุ

       

    • ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย คือ โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อการลงทุนที่คุณลงทุนอยู่ เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีค่าสูงขึ้น จะทำให้ตราสารหนี้มีราคาหรือมูลค่าลดลง เช่น หากคุณลงทุนในหุ้นกู้ที่ได้ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี เงินของคุณจะถูกล็อคอยู่ที่อัตราผลตอบแทน 4% ตลอดระยะเวลา 5 ปี ถ้าเวลาผ่านไป แล้วอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีค่าสูงขึ้น คุณก็จะเสียโอกาสที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เช่น หุ้นกู้ชุดใหม่ที่อาจจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า 4% อันนี้เราเรียกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาส หรือ Opportunity Cost (เสียโอกาสที่คุณจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าที่คุณได้รับอยู่ในปัจจุบัน)   ดังนั้นถ้าคุณต้องการนำเงินมาลงทุนในหุ้นกู้ชุดใหม่ แล้วอยากขายการลงทุนในหุ้นกู้ชุดเก่าออกมา คุณจะต้องขายในราคาที่มีส่วนลด เพราะถ้าคุณจะเอาหุ้นกู้ชุดเก่ามาขายกับนักลงทุนในตลาดรองด้วยราคาหน้าตั๋วที่คุณซื้อมา จะไม่มีนักลงทุนคนไหนซื้อกับคุณ เพราะทุกคนย่อมอยากจะไปลงทุนในหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ถ้าสมมติหุ้นกู้ที่ออกใหม่ ให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% มีส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ 1% ดังนั้นนักลงทุนจะซื้อหุ้นกู้ต่อจากคุณก็ต่อเมื่อ คุณมีส่วนลดให้จนเท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ต่างกันอยู่ 1% นั้น
    • ความเสี่ยงด้านเครดิต คือ โอกาสที่บริษัทที่คุณนำเงินไปลงทุน ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้ ผลที่ตามมา คือ บริษัทอาจไม่ยินยอมที่จะชำระหนี้ต่อ หรืออาจถูกฟ้องล้มละลาย ส่งผลให้การลงทุนของคุณเกิดความเสียหายได้นั่นคือ คุณอาจจะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ หรือคุณอาจจะสูญเสียเงินต้นทั้งหมดที่คุณลงทุนไปได้

            อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ เราควรตั้งเป้าหมายให้สอดคล้อง กับผลลัพท์ และระยะเวลาที่ลงทุน รวมไปถึงการคำนึงถึงระดับบความเสี่ยงของหุ้นกู้นั้นๆ และวัตถุประสงค์ของการนำเงินไปลงทุนด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆสามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่