
ในโลกหลังยุคโควิดที่ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเต็มตัว พฤติกรรมการกินของชาวอเมริกันกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ ล่าสุดทาง กระทรวงพาณิชย์ (DITP) โดยนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลจากทูตพาณิชย์ ณ นครชิคาโก ถึงทิศทางธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ ปี 2026 ที่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยต้องรีบปรับตัวให้ทัน
1.กินนอกบ้านคือ “วิถีชีวิต” ที่กลับมาบูม
รายงานจาก OpenTable ระบุว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดการกินนอกบ้านพุ่งสูงขึ้นถึง 8% และคาดการณ์ว่าในปี 2026 ชาวอเมริกันจะออกไปทานข้าวนอกบ้านเฉลี่ยถึง 10 ครั้งต่อเดือน โดยกลุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดคือ “กลุ่มมิลเลนเนียล” (Millennials) ที่อาจออกไปทานข้าวนอกบ้านมากถึง 14 ครั้งต่อเดือนเลยทีเดียว
สำหรับการกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่แค่การอิ่มท้อง แต่คือการออกไป “ใช้ชีวิต” คนอเมริกันต้องการปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว ต้องการบรรยากาศของชุมชน และการแชร์ประสบการณ์ร่วมกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว
2.สูตรลับมัดใจ: ความคุ้มค่า และ ประสบการณ์
แม้คนจะอยากออกบ้าน แต่พวกเขาก็ฉลาดเลือก เพราะเศรษฐกิจที่ต้องระมัดระวังทำให้ “ความคุ้มค่า” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ แต่ความคุ้มค่าในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องราคาถูกเสมอไป แต่หมายถึง:
3.เทคโนโลยีคือ “ทางลัด” สู่การจอง
ยุคนี้ถ้าไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ถือว่าพลาดโอกาสมหาศาล เพราะคนอเมริกันเลือกร้านอาหารผ่าน Instagram และ TikTok เป็นหลัก แถมยังใช้ AI ในการช่วยค้นหาร้านที่ถูกใจ นอกจากนี้ ระบบการจองต้อง “ง่าย” ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง OpenTable หรือระบบซอฟต์แวร์จัดการโต๊ะที่ทันสมัย เพื่อลดความยุ่งยากในการรอคิว
หากร้านอาหารไทยที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการขาย ต้องหันมาใช้ระบบออนไลน์ ระบบจองโต๊ะ และซอฟต์แวร์จัดการโต๊ะมากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและบริการลูกค้า และต้องให้ประสบการณ์พิเศษให้กับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับร้านที่มีอะไรให้มากกว่าอาหาร
เช่น บรรยากาศ เมนูเทรนด์ ประสบการณ์ที่แตกต่างจากปกติ อาทิ อาหารเฮลท์ตี้ ใส่ใจสุขภาพ ความยั่งยืน รวมถึงเมนูที่เน้นวัตถุดิบธรรมชาติ และอาหารที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากร้านอาหารไทยปรับตัวตามเทรนด์ได้ ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากขึ้น
สรุป พบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า แต่พิเศษ ให้ประสบการณ์ นิยมรับประทานอาหารในช่วง Happy Hour (ร้านเสนอโปรชัน) และต้องการความยืดหยุ่นและการเลือกร้านแบบไม่ได้วางแผน โดยผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล จะเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาด คาดว่า จะออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน 14 ครั้งต่อเดือน สูงสุดในทุกกลุ่ม ส่วนปัจจัยที่เลือกร้านจะดูจาก Instagram และ TikTok และมีการจองร้านผ่านแพลตฟอร์ม OpenTable มากขึ้น รวมทั้งใช้ AI ช่วยค้นหาร้านอาหารมากขึ้น
อ้างอิงจาก
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional" |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other". |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |