fbpx
Search
Close this search box.

โครงการไทยช่วยไทย พลัส ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย 

             สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของทุกคนและทิศทางของตลาดหุ้นอยู่ 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือการที่รัฐบาลตัดสินใจกู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายและควบคุมราคาน้ำมัน ส่วนเรื่องที่สองคือสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งสองเรื่องนี้กำลังทำให้ภาพรวมการเงินในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 

งบประมาณ 4 แสนล้านบาทนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

             เงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้นั้น มีเป้าหมายหลักคือการรักษาไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก รัฐบาลได้แบ่งเงินก้อนนี้ออกเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือนำไปใส่ในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันไม่ให้ราคาขายปลีกที่หน้าปั๊มพุ่งสูงเกินไป เนื่องจากหากราคาน้ำมันแพงขึ้นมาก ค่าขนส่งสินค้าและราคาอาหารก็จะแพงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

             ส่วนที่สองคือการนำมาใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือเรียกกันว่าโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาซื้อของมากขึ้น โครงการนี้รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40% โดยกำหนดวงเงินช่วยเหลือไว้ที่ 1,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน รวมแล้วแต่ละคนจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสูงสุด 4,000 บาท โครงการนี้จะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

ผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP)

             จากการที่รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติได้ปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยใหม่ เดิมทีคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.5% แต่เมื่อมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส เข้ามา แบงก์ชาติจึงปรับตัวเลขขึ้นเป็น 2.1% เหตุผลที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเพราะเมื่อคนมีเงินช่วยจ่ายค่าสินค้า คนก็จะกล้าซื้อของมากขึ้น ร้านค้าต่างๆ ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจคล่องตัวกว่าเดิม

ราคาน้ำมันโลกและปัญหาที่ไทยต้องเจอ

             ในขณะที่ภายในประเทศมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ภายนอกประเทศกลับมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ความขัดแย้งในแถบตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ในระดับ 100 ถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และเมื่อราคาน้ำมันโลกแพงขึ้น รัฐบาลจึงต้องใช้เงินกู้ที่เตรียมไว้มาช่วยพยุงราคาเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เงินเฟ้อหรือราคาสินค้าในไทยพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้

ทิศทางตลาดหุ้นไทยและคำแนะนำจากนักวิเคราะห์

             เรื่องการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) ได้วิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคาดว่าดัชนีหุ้นจะวิ่งอยู่ในกรอบ 1,470 ถึง 1,545 จุด สาเหตุที่หุ้นไม่พุ่งขึ้นแรงเป็นเพราะนักลงทุนยังกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพงและสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ

             อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นจังหวะที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนใน “กลุ่มหุ้นค้าปลีก” เนื่องจากกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส เมื่อคนออกไปจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าจะมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่:

  • CPAXT: ผู้บริหารห้างแม็คโครและโลตัส
  • BJC: ผู้บริหารห้างบิ๊กซี
  • TNP: ร้านค้าปลีกในพื้นที่ภาคเหนือ
  • MOTHER: ธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

สิ่งที่ประชาชนและนักลงทุนต้องติดตาม

             ในช่วงที่เหลือของเดือนพฤษภาคมนี้ มีสิ่งที่ต้องระวังคือเรื่อง “เงินเฟ้อ” แม้รัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินให้บางส่วน แต่ถ้าราคาน้ำมันโลกยังไม่ลดลง ราคาอาหารและของใช้ต่างๆ อาจจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตได้ นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ยังมองว่าประเทศไทยมีระบบการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการนำเงินมาพักไว้ในช่วงที่โลกมีความวุ่นวาย

             โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจไทยในตอนนี้เป็นการสู้กันระหว่างปัญหาค่าน้ำมันแพงจากต่างประเทศ กับการช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส หากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาน้ำมันให้ไม่แพงเกินไปได้ และคนไทยออกมาใช้จ่ายผ่านโครงการรัฐตามเป้าหมาย เศรษฐกิจไทยก็จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยไม่เกิดวิกฤตที่รุนแรงได้

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่