
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของทุกคนและทิศทางของตลาดหุ้นอยู่ 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือการที่รัฐบาลตัดสินใจกู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายและควบคุมราคาน้ำมัน ส่วนเรื่องที่สองคือสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งสองเรื่องนี้กำลังทำให้ภาพรวมการเงินในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้นั้น มีเป้าหมายหลักคือการรักษาไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก รัฐบาลได้แบ่งเงินก้อนนี้ออกเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือนำไปใส่ในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันไม่ให้ราคาขายปลีกที่หน้าปั๊มพุ่งสูงเกินไป เนื่องจากหากราคาน้ำมันแพงขึ้นมาก ค่าขนส่งสินค้าและราคาอาหารก็จะแพงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
ส่วนที่สองคือการนำมาใช้ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือเรียกกันว่าโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาซื้อของมากขึ้น โครงการนี้รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40% โดยกำหนดวงเงินช่วยเหลือไว้ที่ 1,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน รวมแล้วแต่ละคนจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสูงสุด 4,000 บาท โครงการนี้จะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้อย่างตรงจุดอีกด้วย
จากการที่รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติได้ปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยใหม่ เดิมทีคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.5% แต่เมื่อมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส เข้ามา แบงก์ชาติจึงปรับตัวเลขขึ้นเป็น 2.1% เหตุผลที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นเพราะเมื่อคนมีเงินช่วยจ่ายค่าสินค้า คนก็จะกล้าซื้อของมากขึ้น ร้านค้าต่างๆ ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจคล่องตัวกว่าเดิม
ในขณะที่ภายในประเทศมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ภายนอกประเทศกลับมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ความขัดแย้งในแถบตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นไปอยู่ในระดับ 100 ถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และเมื่อราคาน้ำมันโลกแพงขึ้น รัฐบาลจึงต้องใช้เงินกู้ที่เตรียมไว้มาช่วยพยุงราคาเอาไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เงินเฟ้อหรือราคาสินค้าในไทยพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้
ทิศทางตลาดหุ้นไทยและคำแนะนำจากนักวิเคราะห์
เรื่องการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) ได้วิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคาดว่าดัชนีหุ้นจะวิ่งอยู่ในกรอบ 1,470 ถึง 1,545 จุด สาเหตุที่หุ้นไม่พุ่งขึ้นแรงเป็นเพราะนักลงทุนยังกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพงและสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นจังหวะที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนใน “กลุ่มหุ้นค้าปลีก” เนื่องจากกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส เมื่อคนออกไปจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าจะมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่:
ในช่วงที่เหลือของเดือนพฤษภาคมนี้ มีสิ่งที่ต้องระวังคือเรื่อง “เงินเฟ้อ” แม้รัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินให้บางส่วน แต่ถ้าราคาน้ำมันโลกยังไม่ลดลง ราคาอาหารและของใช้ต่างๆ อาจจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตได้ นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ยังมองว่าประเทศไทยมีระบบการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการนำเงินมาพักไว้ในช่วงที่โลกมีความวุ่นวาย
โดยสรุปแล้ว เศรษฐกิจไทยในตอนนี้เป็นการสู้กันระหว่างปัญหาค่าน้ำมันแพงจากต่างประเทศ กับการช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส หากรัฐบาลสามารถควบคุมราคาน้ำมันให้ไม่แพงเกินไปได้ และคนไทยออกมาใช้จ่ายผ่านโครงการรัฐตามเป้าหมาย เศรษฐกิจไทยก็จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยไม่เกิดวิกฤตที่รุนแรงได้
ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional" |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other". |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |