fbpx
Search
Close this search box.

ค่าไฟบ้านอาจถูกลง! กพช. เคาะ 7 มาตรการใหม่ ลดค่าไฟประชาชน พร้อมแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิล

             ค่าไฟถือเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่กระทบกับคนไทยทุกครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนและมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ล่าสุด    คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญ 7 ข้อ เพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนจ่ายค่าไฟน้อยลง ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ รับผิดชอบต้นทุนการใช้ไฟของตนเองมากขึ้น ไม่ผลักภาระมายังประชาชน

             มาตรการที่ประชาชนจะเห็นผลชัดที่สุด คือ การปรับอัตราค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัย โดยผู้ใช้ไฟตั้งแต่ 1-200 หน่วยแรก จะเสียค่าไฟเพียง 3 บาทต่อหน่วย ส่วนผู้ที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วยขึ้นไป ยังคงคิดอัตราเดิม นอกจากนี้ ยังมีการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ค่าไฟถนน ออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถูกนำมารวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟ ทำให้ทุกคนต้องร่วมรับภาระ แม้จะไม่ได้ใช้ไฟสาธารณะโดยตรง

             เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ รัฐบาลมีแนวทางจัดหารายได้จากแหล่งอื่น เช่น การจัดเก็บเงินจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ผู้ใช้ไฟที่ซื้อไฟโดยตรงจากผู้ผลิต รวมถึงรายได้จากโครงการพลังงานสะอาด เพื่อนำเงินมาลดภาระค่าไฟของประชาชนแทน

             อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ การขยายนิยามผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งที่ผ่านมา หลายแห่งต้องเสียค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าบ้านทั่วไป การปรับครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เช่า โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน มีโอกาสจ่ายค่าไฟในอัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัย ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

             ด้านภาคธุรกิจ กพช. ยังเปิดทางให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และโรงงานอุตสาหกรรม สามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนได้โดยตรงผ่านระบบ Direct PPA ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงานสะอาด และส่งเสริมการแข่งขันในตลาดไฟฟ้า

             ขณะเดียวกัน รัฐยังเตรียมกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก รวมถึงต้องลงทุนขยายระบบสายส่งเพื่อรองรับการใช้งาน รัฐจึงต้องการให้ต้นทุนดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ไม่ใช่ผลักภาระมายังผู้ใช้ไฟทั่วไป นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ยังต้องวางหลักประกันก่อนใช้ระบบไฟฟ้า และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันการลงทุนเกินความจำเป็นและลดผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศ

             อีกมาตรการสำคัญคือ การแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าราคาแพงจากผู้ผลิตเอกชนบางโครงการ โดยจะกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาให้ชัดเจน พร้อมปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง เพื่อลดภาระค่าไฟในระยะยาว

             นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน กำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ เปิดโอกาสให้แต่ละตำบลมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของตนเอง โดยใช้ระบบคัดเลือกแบบแข่งขันด้านคุณภาพแทนการยื่นก่อนมีสิทธิก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและกระจายโอกาสไปยังหลายพื้นที่

             หลังจากนี้ มติดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 15 วัน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากดำเนินการได้ตามแผน มาตรการลดค่าไฟอาจเริ่มใช้ได้ตั้งแต่รอบบิลเดือนสิงหาคมนี้

             โดยสรุป การปรับโครงสร้างค่าไฟครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ทำให้การคิดค่าไฟมีความเป็นธรรมมากขึ้น และให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่รับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรของตนเอง หากทุกขั้นตอนผ่านการอนุมัติ ประชาชนจำนวนมากจะมีโอกาสจ่ายค่าไฟถูกลง ขณะที่ระบบพลังงานของประเทศก็จะเดินหน้าไปสู่การแข่งขันที่โปร่งใสและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่