fbpx
Search
Close this search box.

ทำไมการค้าโตแรง แต่ภาษีศุลกากรกลับต่ำกว่าเป้า?

             ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยถือว่ากลับมาฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น มูลค่าการนำเข้าพุ่งสูงถึง 10.20 ล้านล้านบาท ขยายตัวกว่า 23.66% ขณะที่การส่งออกเติบโตอยู่ที่ 8.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.41% โดยมีสินค้าหลักอย่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า และทองคำ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ  

             แม้การค้าระหว่างประเทศจะเติบโตอย่างคึกคัก จนดันให้กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้รวมทั้งหมดได้สูงถึง 476,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเจาะลึกดูเฉพาะ “รายได้อากรขาเข้า” ที่เป็นรายได้ตรงของกรมศุลกากรเอง กลับพบว่าจัดเก็บได้จริงเพียง 85,767 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ราว 5,833 ล้านบาท

3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาษีอากรขาเข้าพลาดเป้า

             หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อมีการนำเข้าสินค้าเข้ามามากมาย แล้วทำไมรัฐบาลถึงเก็บภาษีอากรเข้ากระเป๋าได้น้อยกว่าที่คิด? สาเหตุสำคัญมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่: 

1.ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า ที่ประเมินไว้อัตราแลกเปลี่ยนจริงในช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 32.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข็งค่ากว่าสมมติฐานงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 34 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้มูลค่าสินค้านำเข้าเมื่อแปลงเป็นเงินบาทมีตัวเลขลดลง ฐานในการคำนวณภาษีอากรจึงย่อตัวลงตามไปด้วย  

2.​ผู้ประกอบการใช้สิทธิข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) พุ่งสูงปัจจุบันธุรกิจหันมาใช้สิทธิยกเว้นและลดหย่อนภาษีตามข้อตกลง FTA เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 44.2% ส่งผลให้สินค้านำเข้าสูงถึง 92.7% ได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากร ผลที่ตามมาคือ แม้มูลค่าการนำเข้าภาพรวมจะโตเปรี้ยงปัง แต่อากรขาเข้าจริงที่เก็บได้เพิ่มขึ้นเพียง 1.6% เท่านั้น  

3.รายได้ภาษีจาก “รถยนต์นั่ง” หดตัวหนัก รถยนต์นำเข้าเคยเป็นแหล่งรายได้อากรหลักของกรมศุลกากร แต่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา รายได้ภาษีจากรถยนต์นั่งกลับลดลงถึง 35.4% (หายไปกว่า 3,731 ล้านบาท) เนื่องจากมีการเร่งนำเข้าและระบายรถยนต์ล่วงหน้าไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้การนำเข้าในช่วงถัดมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด  

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตัวช่วยประคองรายได้รวม

             แม้รายได้อากรของกรมศุลกากรเองจะพลาดเป้า แต่ภาพรวมรายได้รวมของกรมฯ ยังคงเติบโตได้ 7% เนื่องจากกรมศุลกากรทำหน้าที่จัดเก็บภาษีแทนหน่วยงานอื่นด้วย โดยเฉพาะ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เก็บส่งกรมสรรพากร ซึ่งเติบโตตามมูลค่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเก็บภาษีแทนกรมสรรพสามิตและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 82% ของรายได้ทั้งหมดที่กรมศุลกากรจัดเก็บได้ 

บทสรุปและการปรับตัวในอนาคต

             ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มูลค่าการนำเข้าที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่ารายได้จากภาษีอากรจะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป เนื่องจากผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีและ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน  

             ทางกรมศุลกากรจึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ติดตามความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด และปรับยุทธศาสตร์การทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป 

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่