fbpx
Search
Close this search box.

คลังเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ หวังสร้างความเป็นธรรม ดึงผู้ผลิตลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย

             กระทรวงการคลังเตรียมเดินหน้าทบทวนและปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่ โดยพิจารณาปรับระบบภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้าทั้งคัน (CBU) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์นำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการต่างชาติเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตในระยะยาว

สาเหตุสำคัญที่ภาครัฐให้ความสนใจกับประเด็นดังกล่าว

  1. พายุหมุนจากรถยนต์นำเข้า (ผลกระทบจากข้อตกลง FTA)
  • ภาษีศุลกากรดัมพ์เหลือ 0%: สินค้านำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศคู่สัญญา FTA บางประเทศ ได้รับข้อยกเว้นภาษีนำเข้า ส่งผลให้ต้นทุนทางภาษีลดลงอย่างมหาศาลกลยุทธ์ราคาเขย่าตลาด: เมื่อต้นทุนถูกลง นำไปสู่การตั้งราคาขายที่เข้าถึงง่ายและดึงดูดผู้บริโภค เกิดการรุกตลาดอย่างก้าวกระโดดจนกระทบยอดขายของรถผลิตในประเทศ
  1. ความเหลื่อมล้ำของภาระต้นทุน (ค่ายรถผลิตในไทยแบกรับศึกหนัก)
  • เงินลงทุนจมระยะยาว: ผู้ประกอบการที่เลือกตั้งโรงงานในไทยต้องแบกรับต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) มหาศาล เช่น ค่าก่อสร้างโรงงาน เทคโนโลยีเครื่องจักร ค่าจ้างแรงงาน ตลอดจนการลงทุนถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ซัพพลายเออร์ท้องถิ่น (Local Suppliers)
  • สมรภูมิที่ไม่เท่าเทียม: เกิดภาวะการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Competition) เมื่อค่ายรถที่ลงทุนสร้างงานสร้างอาชีพในไทย กลับมีต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่ารถที่นำเข้ามาขายแบบสำเร็จรูป
  1. เอฟเฟกต์โดมิโนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ
  • การทบทวนความคุ้มค่าของการลงทุน: นักลงทุนรายเดิมและรายใหม่เริ่มประเมินประสิทธิผลเชิงเศรษฐศาสตร์ของการใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
  • ภัยคุกคามเรื่องย้ายฐานการผลิต: หากไม่มีมาตรการเยียวยาหรือสร้างความสมดุล มีความเสี่ยงสูงที่ค่ายรถยนต์จะย้ายการลงทุนไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบสะเทือนถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และอัตราการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบ


             แม้ข้อตกลงการค้าเสรีจะกำหนดให้ภาษีนำเข้าศุลกากรเป็น 0% แต่กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตยังมีอำนาจในการกำหนดและปรับอัตราภาษีสรรพสามิตภายในประเทศ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตตั้งโรงงานผลิตในไทย โดยได้รับมอบหมายให้จัดทำแนวทางให้ชัดเจนภายในเดือนกันยายน 2569

สำหรับแนวทางเบื้องต้น ได้แก่:

  • รถยนต์นำเข้า (CBU): พิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิต
  • รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ (CKD): พิจารณาคงอัตราภาษีเดิมหรือปรับลดลงตามความเหมาะสม

             การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งเน้นการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน.               

             อย่างไรก็ตาม การเพิ่มภาษีรถยนต์นำเข้าอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภค เนื่องจากอาจทำให้ราคารถยนต์นำเข้าสูงขึ้นและลดทางเลือกในตลาด ภาครัฐจึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุล โดยอาจกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีเวลาปรับตัว

             ควบคู่กันนี้ จะมีการใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่น ๆ เพื่อจูงใจให้เกิดการตั้งโรงงาน ซึ่งในระยะยาวจะช่วยเพิ่มการแข่งขันภายในประเทศ ส่งผลดีต่อราคา คุณภาพ และบริการแก่ผู้บริโภคโดยรวม

             การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญในการหาสมดุลระหว่าง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์มีความเชื่อมโยงกับซัพพลายเชน การจ้างงาน และการลงทุนมหาศาล หากไทยไม่ปรับตัว อาจเผชิญความเสี่ยงในการสูญเสียฐานการผลิตและศักยภาพการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคไปอย่างถาวร

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่