fbpx
Search
Close this search box.

ส่งออกไทยยังแรง! กกร.คงเป้า GDP โต 1.6-2% จับตาสงคราม เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยโลก

             เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงครามในตะวันออกกลาง ความผันผวนของเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังพลิกโฉมเศรษฐกิจโลก แม้จะมีความเสี่ยงอยู่หลายด้าน แต่ภาคเอกชนยังมองว่าการส่งออกของไทยและการลงทุนจากต่างประเทศจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อได้

             คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ไว้ที่อัตราการเติบโต (GDP) 1.6-2.0% พร้อมปรับคาดการณ์การส่งออกเป็นขยายตัว 8-10% ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกเมื่อเทียบกับการประเมินก่อนหน้านี้ โดยสะท้อนว่าภาคการค้าระหว่างประเทศยังเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้

             นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีความผันผวนและสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน กระแสการพัฒนาเทคโนโลยี AI ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเกิดความแตกต่างระหว่างประเทศ บางประเทศที่สามารถปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้ดีจะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมากอาจเติบโตช้าลง

             สำหรับประเทศไทย แม้เศรษฐกิจโลกจะยังมีความเสี่ยง แต่ภาคการส่งออกกลับขยายตัวได้อย่างโดดเด่น โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นถึง 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตสูงถึง 45.9% ตามความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และอุตสาหกรรมดิจิทัลทั่วโลก ทำให้ กกร. ปรับประมาณการการส่งออกทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 8-10%

             อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวยังไม่กระจายประโยชน์ไปยังทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง เนื่องจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูงเติบโตได้ดี ขณะที่บางอุตสาหกรรมยังเผชิญปัญหาความสามารถในการแข่งขันลดลง กกร. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งเพิ่มการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ หรือ Local Content เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และเพิ่มการจ้างงานที่มีคุณภาพในระยะยาว

             อีกประเด็นสำคัญคือการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนมีมูลค่ารวมกว่า 544,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 ซึ่งไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงครึ่งปีแรกที่มีมูลค่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน

             นอกจากนี้ กกร. ยังเสนอให้ภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การพัฒนาฐานข้อมูลกลางที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ รวมถึงการปรับปรุงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงตามความจำเป็นของแต่ละกลุ่ม

             ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว กกร. พร้อมสนับสนุน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญของภาครัฐ ได้แก่ การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ศูนย์กลาง AI และดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์กลางการแพทย์ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศและรองรับการลงทุนในอนาคต

             แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่การส่งออกที่ขยายตัว การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และโอกาสจากกระแสเทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเศรษฐกิจไทย หากภาครัฐและภาคเอกชนสามารถเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าการผลิตในประเทศ และใช้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนที่กำลังไหลเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่