fbpx

e-Money ต่างกับ เงินฝากในธนาคารอย่างไร?

e-Money-ต่างกับ-เงินฝากในธนาคารอย่างไร

       ก่อนที่เราจะไปรู้จักความคล้าย หรือความต่างของ e-Money และเงินฝากในธนาคาร เรามารู้จักกับความหมาย และประเภท เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจใจความหมายกันก่อนนะครับ

“e-Money (Electronic Money) หรือ เงินอิเล็กทรอนิกส์” คือ

       มูลค่าเงินที่ถูกบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์(เช่น ชิปคอมพิวเตอร์ในบัตรแทนเงินสดหรือบัตรพลาสติก เครื่อข่ายโทรศัพท์ เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ต )ซึ่งผู้ใช้งานได้ชำระหรือเติมเงินไว้ล่วงหน้า หรือหักผ่านบัญชีธนาคารโดยตรง (Pre-paid) แก่ผู้ให้บริการ e-Money หรือ ที่รู้จักกันอย่างแผร่หลายในชื่อ e-Wallet ซึ่งสามารถใช้ชำระสินค้า หรือบริการได้ตามที่ร้านค้าที่รับชำระ

 1. บัญชี ก

       เป็นการให้บริการe-Money ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว นอกจากนี้ มีผู้ให้บริการที่ได้รับยกเว้น เช่น บัตร e-Money ที่ใช้ซื้ออาหารในศูนย์อาหารตามห้างสรรพสินค้า

 2. บัญชี ข

      เป็นการให้บริการe-Money ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ให้บริการหลายราย ณ สถานที่ที่อยู่ภายใต้ ระบบการจัดจำหน่ายและการให้บริการเดียวกัน ได้แก่ ธุรกิจ Franchise หรือตัวแทนการจัดจำหน่าย ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าเดียวกัน เช่น ปั๊มน้ำมัน ธุรกิจที่มีรูปแบบการให้บริการเดียวกัน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดำเนินนโยบาย บริหารจัดการในลักษณะกลุ่มเดียวกัน เช่น กิจการในเครือ ธุรกิจที่ประกอบกิจการอยู่ในบริเวณหรือพื้นที่การจัดจำหน่ายเดียวกัน เช่น ศูนย์การค้า

 3. บัญชี ค

        เป็นการให้บริการ e-Money ที่ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ให้บริการหลายราย โดยไม่จำกัดสถานที่และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและการให้บริการเดียวกัน เช่น การนำไปใช้ชำระค่าสินค้า/ค่าบริการที่จำหน่ายผ่าน เว็บไซต์ต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต หรือตามร้านค้าที่รับชำระด้วย e-Moneyเป็นต้นเดียวกัน เช่น ศูนย์การค้า

เงินฝาก หรือเงินที่อยู่ในบัญชีธนาคาร คือ

        เงินฝาก ธนาคารทุกประเภท บัตรเงิน ฝากที่ออกโดยธนาคาร และสลากออมสินพิเศษ … ดังนั้นในปัจจุบันจึงถือเอาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แสดงรวมไว้ในบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ปัจจุบันเงินฝาก ธนาคารมีมากมายหลายแบบ แบ่งเป็น 5 ประเภทดังนี้คือ

1. บัญชีเงินฝากเดินสะพัด

         บริการฝากเงินหรือถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ สามารถเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินในบัญชีได้ โดยเงินฝากได้รับการคุ้มครองจากสถาบันเงินฝาก ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดบัญชีเงินฝากเดินสะพัด บริการฝากเงินหรือถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ สามารถเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินในบัญชีได้ โดยเงินฝากได้รับการคุ้มครองจากสถาบันเงินฝาก ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด

2. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์

        เงินฝากที่ผู้ฝากจะเบิกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยนำเอกสารคู่ฝากไปเบิกที่ธนาคาร หรือถอนจากเครื่องเอทีเอ็ม

3. บัญชีเงินฝากประจำ มี 2 ประเภท

เงินฝากที่ผู้ฝากจะเบิกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยนำเอกสารคู่ฝากไปเบิกที่ธนาคาร หรือถอนจากเครื่องเอทีเอ็ม

        ระยะสั้น เป็นรูปแบบการฝากเงินที่มีกำหนดระยะเวลาฝาก 1 เดือน เงินฝากประจำนี้ ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้เมื่อครบกำหนดฝาก และหักภาษี ณ ที่จ่าย จากนั้นจะนำดอกเบี้ยสุทธิ รวมเข้าเป็นเงินต้น (จ่ายแบบดอกเบี้ยทบต้น)

      แบบทั่วไป บัญชีฝากประจำที่ ให้คุณสามารถเลือกที่จะฝากเงินได้ตามระยะเวลาที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ฝากประจำระยะสั้น ฝากประจำระยะยาว ความเสี่ยงต่ำ ใช้ค้ำประกันสินเชื่อได้

4. บัญชีเงินฝากระยะยาว

         ใช้เป็นหลักประกัน ขอสินเชื่อหรือค้ำประกัน มักจ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก ตามระยะเวลาการฝากที่เลือก

5. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

       บัญชีเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ต้องการฝากเงินไว้ในรูปแบบเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ สรอ. (USD) ยูโร (EUR) เยน (JPY) เป็นต้น
ใช้เป็นหลักประกัน ขอสินเชื่อหรือค้ำประกัน มักจ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก ตามระยะเวลาการฝากที่เลือก

“e-Money” ต่างจาก “เงินฝากในธนาคาร” อย่างไร

       ปกติเวลาจะใช้เงินที่ฝากอยู่ในธนาคาร หลายคนต้องทำการโอนหรือถอนเงินฝากออกมาใช้จ่ายกันโดยตรงได้เลย ถือไว้ปลอดภัยไม่เสี่ยง สภาพคล่องสูงซึ่งผ่านตัวกลางคือ ธนาคาร ซึ่งจะต่างจาก “e-Money” ที่ตัวกลาง เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) ภายใต้กฎหมายระบบการชำระเงิน

       ผู้ให้บริการจะออก e-money ให้แก่ผู้ใช้ที่เติมเงินไว้ล่วงหน้าเพื่อเอาไปจ่ายชำระค่าสินค้าและค่าบริการในวงปิด เฉพาะเครือข่ายที่รับชำระ e-money นั้นๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปการ์ด เช่น บัตรรถไฟฟ้า บัตรเติมเงิน หรืออยู่ในเครือข่ายของผู้ให้บริการ เช่น ทรูมันนี่ Rabbit LINE Pay ShopeePay GrabPay ACU PAY ซึ่งมูลค่าของ e-Money ในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จะเท่ากับมูลค่าเงินที่เติมไว้ และจะมีโปรโมชัน และสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ e-Money ผ่านผู้ให้บริการนั้นๆ

       กล่าวโดยสรุปคือ e-Money เป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกแปลงจากเงินโอนหรือเงินสดเพื่อใช้บริการในการชำระเงินที่ในรูปแบบที่อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกสบายและ ได้รับโปรโมชัน สิทธิพิเศษต่างๆจากผู้ให้บริการเช่น การใช้ e-Wallet ในการชำระค่าสินค้า แล้วได้โปรโมชัน ส่วนลด ซึ่งต่างจากการโอนเงินหรือหรือจ่ายเงินสดที่เราจ่ายเต็มจำนวนไม่มีส่วนลดพิเศษต่างๆ หรืออย่าง Easy passที่เราต้องเติมเงินไว้ที่บัตรเพื่อตัดผ่านบัตรแทนการจ่ายเงินสด

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่