
ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 ผู้ใช้ทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอกฯ หรือ “ประจิมรัถยา” เตรียมใช้อัตราค่าผ่านทางใหม่ โดยรถ 4 ล้อจะเพิ่มจาก 65 บาท เป็น 80 บาท รถ 6–10 ล้อ จาก 105 บาท เป็น 130 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ จาก 150 บาท เป็น 185 บาท การปรับครั้งนี้เป็นไปตามรอบการทบทวนค่าผ่านทางตามสัญญา
แม้การขึ้นค่าทางด่วนจะดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายของคนใช้รถโดยตรง แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางถนน ต้นทุนดังกล่าวสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนดำเนินงานได้ โดยเฉพาะบริษัทขนส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ผลิต และธุรกิจที่ต้องวิ่งรถเข้าออกกรุงเทพฯ เป็นประจำ
เมื่อค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทุกเที่ยว ต้นทุนค่าผ่านทางต่อเที่ยวก็เพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขจะไม่ได้สูงมากเมื่อมองเพียงครั้งเดียว แต่หากรถต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวหลายเที่ยวต่อวัน ค่าใช้จ่ายสะสมในแต่ละเดือนก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กลุ่มที่น่าจับตาคือสินค้าที่มีการขนส่งบ่อยและมีต้นทุนโลจิสติกส์เป็นส่วนสำคัญ เช่น อาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบร้านอาหาร สินค้าขายส่ง รวมถึงธุรกิจจัดส่งสินค้า เพราะต้นทุนการเดินทางเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของต้นทุนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การขึ้นค่าทางด่วนไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะต้องขึ้นราคาทันที เพราะผู้ประกอบการอาจเลือกแบกรับต้นทุนเอง ปรับเส้นทาง ลดค่าใช้จ่ายด้านอื่น หรือเจรจาค่าขนส่งใหม่ ขณะที่ราคาสินค้ายังขึ้นอยู่กับต้นทุนอื่น เช่น น้ำมัน ค่าแรง วัตถุดิบ และการแข่งขันในตลาดด้วย
สำหรับรถ 4 ล้อ การขึ้นจาก 65 บาทเป็น 80 บาท หมายถึงจ่ายเพิ่ม 15 บาทต่อเที่ยว หากเดินทางไป-กลับและใช้ทางด่วนทั้งสองเที่ยว จะเพิ่มขึ้น 30 บาทต่อวัน หากใช้เส้นทางดังกล่าว 22 วันทำงานต่อเดือน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มจากประมาณ 2,860 บาท เป็น 3,520 บาท หรือเพิ่มขึ้น 660 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับผู้ที่ใช้ทางด่วนไป-กลับทุกวัน แต่สำหรับธุรกิจที่มีรถหลายคันและต้องวิ่งหลายเที่ยวต่อวัน ผลกระทบย่อมสะสมมากกว่าการใช้รถส่วนบุคคล
คำถามสำคัญหลังการขึ้นค่าทางด่วนจึงไม่ใช่แค่ “จ่ายเพิ่มเท่าไร” แต่คือ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะไปหยุดอยู่ที่ใคร” เพราะในภาคธุรกิจ ต้นทุนการขนส่งสามารถถูกกระจายไปยังผู้ประกอบการ ผู้ค้าส่ง ร้านค้า หรือผู้บริโภคได้
หากผู้ประกอบการผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคทั้งหมด ราคาค่าขนส่งหรือราคาสินค้าบางรายการอาจมีโอกาสปรับขึ้น แต่หากการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการอาจต้องรับภาระต้นทุนไว้เองเพื่อไม่ให้ราคาสินค้าเพิ่มจนเสียลูกค้า
ดังนั้น การขึ้นค่าทางด่วนประจิมรัถยาอาจไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าทุกชนิดเพิ่มขึ้นทันที แต่เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ธุรกิจต้องนำไปคำนวณในระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ผู้ประกอบการจะบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไร และท้ายที่สุดต้นทุนส่วนนี้จะถูกส่งต่อไปถึงผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน
ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional" |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other". |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |