fbpx
Search
Close this search box.

ทางด่วนประจิมรัถยาขึ้นราคา 15 ธ.ค. รถ 4 ล้อจ่าย 80 บาท กระทบต้นทุนขนส่งแค่ไหน?

ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 ผู้ใช้ทางพิเศษศรีรัช–วงแหวนรอบนอกฯ หรือ “ประจิมรัถยา” เตรียมใช้อัตราค่าผ่านทางใหม่  โดยรถ 4 ล้อจะเพิ่มจาก 65 บาท เป็น 80 บาท รถ 6–10 ล้อ จาก 105 บาท เป็น 130 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ จาก 150 บาท เป็น 185 บาท การปรับครั้งนี้เป็นไปตามรอบการทบทวนค่าผ่านทางตามสัญญา

ทำไมค่าทางด่วนถึงเกี่ยวข้องกับราคาสินค้า?

แม้การขึ้นค่าทางด่วนจะดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายของคนใช้รถโดยตรง แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางถนน ต้นทุนดังกล่าวสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนดำเนินงานได้ โดยเฉพาะบริษัทขนส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ผลิต และธุรกิจที่ต้องวิ่งรถเข้าออกกรุงเทพฯ เป็นประจำ
เมื่อค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทุกเที่ยว ต้นทุนค่าผ่านทางต่อเที่ยวก็เพิ่มขึ้น  แม้ตัวเลขจะไม่ได้สูงมากเมื่อมองเพียงครั้งเดียว แต่หากรถต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวหลายเที่ยวต่อวัน ค่าใช้จ่ายสะสมในแต่ละเดือนก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แล้วสินค้ากลุ่มไหนต้องจับตา?

กลุ่มที่น่าจับตาคือสินค้าที่มีการขนส่งบ่อยและมีต้นทุนโลจิสติกส์เป็นส่วนสำคัญ เช่น อาหารสด สินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบร้านอาหาร สินค้าขายส่ง รวมถึงธุรกิจจัดส่งสินค้า เพราะต้นทุนการเดินทางเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของต้นทุนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การขึ้นค่าทางด่วนไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะต้องขึ้นราคาทันที เพราะผู้ประกอบการอาจเลือกแบกรับต้นทุนเอง ปรับเส้นทาง ลดค่าใช้จ่ายด้านอื่น หรือเจรจาค่าขนส่งใหม่ ขณะที่ราคาสินค้ายังขึ้นอยู่กับต้นทุนอื่น เช่น น้ำมัน ค่าแรง วัตถุดิบ และการแข่งขันในตลาดด้วย

คนใช้รถ 4 ล้อต้องจ่ายเพิ่มแค่ไหน?

สำหรับรถ 4 ล้อ การขึ้นจาก 65 บาทเป็น 80 บาท หมายถึงจ่ายเพิ่ม 15 บาทต่อเที่ยว หากเดินทางไป-กลับและใช้ทางด่วนทั้งสองเที่ยว จะเพิ่มขึ้น 30 บาทต่อวัน หากใช้เส้นทางดังกล่าว 22 วันทำงานต่อเดือน ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มจากประมาณ 2,860 บาท เป็น 3,520 บาท หรือเพิ่มขึ้น 660 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับผู้ที่ใช้ทางด่วนไป-กลับทุกวัน แต่สำหรับธุรกิจที่มีรถหลายคันและต้องวิ่งหลายเที่ยวต่อวัน ผลกระทบย่อมสะสมมากกว่าการใช้รถส่วนบุคคล

ต้นทุนเพิ่ม แล้วใครเป็นคนจ่าย?

คำถามสำคัญหลังการขึ้นค่าทางด่วนจึงไม่ใช่แค่ “จ่ายเพิ่มเท่าไร” แต่คือ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะไปหยุดอยู่ที่ใคร” เพราะในภาคธุรกิจ ต้นทุนการขนส่งสามารถถูกกระจายไปยังผู้ประกอบการ ผู้ค้าส่ง ร้านค้า หรือผู้บริโภคได้
หากผู้ประกอบการผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคทั้งหมด  ราคาค่าขนส่งหรือราคาสินค้าบางรายการอาจมีโอกาสปรับขึ้น แต่หากการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการอาจต้องรับภาระต้นทุนไว้เองเพื่อไม่ให้ราคาสินค้าเพิ่มจนเสียลูกค้า
ดังนั้น การขึ้นค่าทางด่วนประจิมรัถยาอาจไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าทุกชนิดเพิ่มขึ้นทันที แต่เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ธุรกิจต้องนำไปคำนวณในระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ผู้ประกอบการจะบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไร  และท้ายที่สุดต้นทุนส่วนนี้จะถูกส่งต่อไปถึงผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่