
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันบางประเภท โดยเฉพาะ E20 และ B20 หากสถานการณ์ราคาพลังงานมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าว
ปัญหาราคาน้ำมันไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงต้นทุนการขนส่ง การผลิตสินค้า ภาคเกษตรกรรม และธุรกิจบริการ เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการอาจมีต้นทุนสูงขึ้นและจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าและบริการตาม ขณะที่ประชาชนต้องใช้เงินมากขึ้นสำหรับค่าเดินทางและสินค้าในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจลดลง
รัฐบาลจึงได้ใช้เครื่องมือหลายรูปแบบเพื่อพยุงราคาพลังงานมาแล้ว ทั้งการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการขอความร่วมมือจากโรงกลั่นให้ช่วยลดผลกระทบจากค่าการกลั่น อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง เครื่องมือเหล่านี้ก็มีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้การลดภาษีสรรพสามิตกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่รัฐบาลกำลังนำมาพิจารณา
ประเด็นที่น่าสนใจคือ แนวคิดของกระทรวงการคลังไม่ได้หมายถึงการลดภาษีน้ำมันทุกประเภทแบบครอบคลุมทั้งหมด แต่กำลังพิจารณามาตรการแบบเจาะจงไปที่น้ำมัน E20 และ B20 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลและไบโอดีเซลตามลำดับ
การเลือกน้ำมันสองประเภทนี้มีเหตุผลมากกว่าการลดราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว เพราะยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงภาคการเกษตรของไทยได้ด้วย โดยวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอลมีความเกี่ยวข้องกับพืชอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ขณะที่ไบโอดีเซลเกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์ม ดังนั้น หากลดภาษีสำหรับเชื้อเพลิงดังกล่าว ก็อาจช่วยทั้งผู้บริโภคที่ต้องการลดต้นทุนด้านพลังงาน และเกษตรกรที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตวัตถุดิบเหล่านี้
แม้การลดภาษีจะช่วยลดแรงกดดันต่อประชาชนในระยะสั้น แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องพิจารณาควบคู่กันคือรายได้ของประเทศ เพราะทุกครั้งที่ลดภาษี รัฐย่อมสูญเสียรายได้บางส่วน ขณะที่รายจ่ายภาครัฐไม่ได้ลดลงตามทันที
กระทรวงการคลังจึงยังไม่ได้ตัดสินใจลดภาษีสรรพสามิตในทันที โดยระบุว่าพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลมีจำกัด และในช่วงสิ้นปีงบประมาณจำเป็นต้องประเมินรายได้และสถานะทางการคลังอย่างรอบคอบ หากลดภาษีจนทำให้รายได้หายไปมาก รัฐอาจต้องหาแหล่งเงินอื่นมาชดเชย ซึ่งอาจนำไปสู่การกู้เงินเพิ่มเติมและเพิ่มภาระทางการคลังในอนาคต
ประเด็นนี้ทำให้การลดภาษีน้ำมันไม่ใช่เพียงเรื่องของการทำให้ราคาหน้าปั๊มถูกลง แต่ยังเป็นโจทย์ด้านการบริหารงบประมาณของประเทศด้วย เพราะรัฐบาลต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการช่วยเหลือประชาชนในปัจจุบันกับความสามารถในการจัดเก็บรายได้เพื่อใช้จ่ายในอนาคต
นอกจากแนวคิดเรื่องการลดภาษีน้ำมันแล้ว รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการขยายมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 2 เดือน วงเงินประมาณ 43,000 ล้านบาท
เป้าหมายของมาตรการดังกล่าวคือช่วยรักษากำลังซื้อของประชาชนและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของความพยายามประคองเศรษฐกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือผ่านมาตรการของรัฐก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก หากราคาพลังงานยังสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณเพื่อพยุงเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งทำให้การออกแบบมาตรการในระยะต่อไปต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการคลัง
สิ่งที่น่าติดตามจากสถานการณ์นี้คือ รัฐบาลจะเลือกใช้มาตรการแบบใดในการรับมือกับราคาพลังงาน หากลดภาษีน้ำมัน ประชาชนและภาคธุรกิจอาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงในระยะสั้น แต่รัฐบาลก็ต้องยอมรับรายได้จากภาษีที่ลดลง ขณะที่หากใช้งบประมาณช่วยเหลือโดยตรง รัฐก็ต้องจัดสรรเงินเพิ่มเติมเพื่อชดเชยผลกระทบ
ในอีกด้านหนึ่ง หากราคาน้ำมันโลกกลับมาลดลง มาตรการลดภาษีอาจไม่จำเป็นต้องใช้ในระดับที่สูง แต่หากราคายังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลกระทบก็อาจขยายจากราคาน้ำมันไปยังค่าขนส่ง ราคาสินค้า เงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน
ท้ายที่สุด การลดภาษีน้ำมันจึงเป็นมาตรการที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการบรรเทาค่าครองชีพกับการรักษาสถานะทางการคลังของประเทศ รัฐบาลยังต้องประเมินสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจว่าจะลดภาษีในอัตราใดและเริ่มดำเนินการเมื่อใด ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจก็ยังต้องติดตามว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผ่านไปถึงราคาหน้าปั๊มและต้นทุนจริงมากน้อยเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลของนโยบายไม่ได้วัดเพียงจากตัวเลขภาษีที่ลดลง แต่ต้องดูว่าช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของประชาชนได้จริงเพียงใด
ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional" |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other". |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |