fbpx
Search
Close this search box.

ผลประกอบการ “ไทยช่วยไทย”

ทำไมโครงการนี้ถึงดึงคนออกมาจับจ่าย?

โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” กลายเป็นมาตรการที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย หลังสร้างยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่คำถามสำคัญคือ เงินก้อนนี้ไหลไปอยู่ที่ใครบ้าง?

แล้วเงิน 1.21 แสนล้านบาท ไหลไปถึงร้านค้าแค่ไหน?

หัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังต้องการกระจายเม็ดเงินไปยังผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยมีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมมากกว่า 1 ล้านร้านค้า ทำให้เงินจากการใช้จ่ายของประชาชนสามารถหมุนเวียนเข้าสู่ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน และธุรกิจบริการจำนวนมาก

ร้านเล็ก ๆ ได้ลูกค้าเพิ่มจริงหรือ?

หนึ่งในเป้าหมายของโครงการคือการเพิ่มกำลังซื้อให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการระดับฐานราก โดยเฉพาะร้านค้าขนาดเล็กที่อาจไม่ได้มีช่องทางเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากเหมือนธุรกิจรายใหญ่ การเข้าร่วมโครงการจึงเปิดโอกาสให้ร้านค้าเหล่านี้ได้รับยอดขายจากกลุ่มผู้ใช้สิทธิโดยตรง

แล้วประชาชนใช้สิทธิกันมากแค่ไหน?

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมโครงการ โดยผลสำรวจพบว่า 71.77% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยใช้สิทธิ และส่วนใหญ่เห็นว่าโครงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น

ทำไม Food Delivery ถึงกลายเป็นอีกแรงส่ง?

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือการขยายช่องทางการใช้สิทธิไปยังบริการ Food Delivery เพราะช่วยให้ร้านอาหารรายย่อยสามารถเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้เดินทางมาที่ร้านโดยตรง ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ทำให้เม็ดเงินจากโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการซื้อขายหน้าร้าน

แต่ถ้าโครงการจบลง ร้านค้าจะยังขายดีอยู่ไหม?

นี่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุด เพราะยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างโครงการไม่ได้หมายความว่าร้านค้าจะสามารถรักษายอดขายระดับเดียวกันได้ตลอดไป หากมาตรการสิ้นสุดลง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเปลี่ยนลูกค้าที่เข้ามาจากโครงการให้กลายเป็นลูกค้าประจำ รวมถึงพัฒนาช่องทางขายและบริการของตัวเองต่อไป

“ไทยช่วยไทย” สำเร็จแค่ไหนกันแน่?

หากมองจากเม็ดเงินที่หมุนเวียนและจำนวนประชาชนกับร้านค้าที่เข้าร่วม โครงการถือว่าสามารถสร้างแรงกระตุ้นต่อการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างชัดเจน แต่ความสำเร็จในระยะยาวอาจต้องวัดมากกว่ายอดเงินสะพัด เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ร้านค้ารายย่อยสามารถเติบโตต่อได้หรือไม่ และกำลังซื้อของประชาชนจะยังเดินหน้าต่อหลังหมดมาตรการหรือเปล่า

ท้ายที่สุด “ไทยช่วยไทย พลัส” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข 1.21 แสนล้านบาท แต่เป็นบททดสอบว่า การอัดฉีดกำลังซื้อผ่านประชาชนสามารถส่งต่อไปถึงเศรษฐกิจฐานรากได้มากเพียงใด และเมื่อไม่มีแรงหนุนจากภาครัฐแล้ว ระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนจะสามารถเดินหน้าต่อด้วยตัวเองได้หรือไม่

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่