
ตลาด EV ไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ จากเดิมที่เน้นสนับสนุนการนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดไทย สู่การใช้มาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตเข้ามาลงทุน ตั้งโรงงาน และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยมากขึ้น โดยรถที่นำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศและไม่มีแผนลงทุนในประเทศจะอยู่ในกลุ่มที่มีภาษีสูงกว่า ขณะที่ผู้ผลิตที่สร้างฐานการผลิตในไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า
คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ด EV เห็นชอบในหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถ EV เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยแนวทางใหม่แบ่งผู้ผลิตออกเป็น 3 ระดับตามการลงทุนและการสร้างมูลค่าในประเทศ กลุ่มที่ผลิตในไทยและมีการใช้ Local Content จะได้รับอัตราภาษีที่เอื้อต่อการแข่งขันมากกว่า ขณะที่กลุ่มนำเข้ารถทั้งคันและไม่มีแผนลงทุนในไทยจะเผชิญภาษีสูงที่สุด
ประเด็นที่ตลาดจับตามองคืออัตราภาษีสำหรับรถ EV นำเข้าทั้งคัน โดยมีรายงานว่ามีข้อเสนอให้ปรับอัตราภาษีจากระดับเดิมประมาณ 10% เป็น 31–39% สำหรับรถที่ไม่มีการลงทุนหรือสร้างมูลค่าในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายละเอียดและไม่ใช่อัตราที่มีผลกับรถ EV ทุกคันในปัจจุบัน ควรระบุว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งใดและเป็นข้อเสนอในขั้นตอนใด หากอัตราดังกล่าวมีผลจริง ต้นทุนของรถนำเข้าจะเพิ่มขึ้นในโครงสร้างต้นทุน และผู้ผลิตอาจต้องเลือกระหว่างการรับภาระต้นทุนเอง การปรับราคาขาย หรือเร่งย้ายบางส่วนของห่วงโซ่การผลิตเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
หนึ่งในกลุ่มที่ตลาดจับตามองคือแบรนด์ที่ยังไม่มีฐานการผลิตรถยนต์ในไทย โดยเฉพาะ Tesla ซึ่งพึ่งพาการนำเข้ารถสำเร็จรูปเป็นหลัก หากโครงสร้างภาษีใหม่ให้สิทธิประโยชน์กับผู้ผลิตที่มีโรงงานในประเทศมากขึ้น บริษัทที่ยังนำเข้ารถทั้งคันอาจมีต้นทุนภาษีสูงกว่าคู่แข่งที่ผลิตในไทย
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เมื่อราคาต้นทุนเปลี่ยน ค่ายรถจะเลือกขึ้นราคา หรือยอมลดกำไรเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด? เพราะตลาด EV ไทยในช่วงที่ผ่านมาแข่งขันกันอย่างหนักด้วยโปรโมชั่นและการปรับลดราคา การเพิ่มต้นทุนภาษีจึงอาจทำให้กลยุทธ์ด้านราคาของแต่ละแบรนด์เปลี่ยนไป
อีกด้านหนึ่งคือผู้ผลิตที่กำลังพิจารณาการลงทุนในไทย เช่น XPENG ซึ่งมีรายงานว่ากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศ และประเมินการตัดสินใจลงทุนในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
ส่วน Geely ก็มีความเคลื่อนไหวด้านการผลิตในไทยผ่านแบรนด์ในเครือ โดย Riddara ซึ่งเป็นแบรนด์รถกระบะไฟฟ้าในเครือ Geely Holding เคยมีรายงานว่ากำลังพิจารณาสถานที่สำหรับการผลิตในประเทศไทย สะท้อนว่าการมีฐานผลิตในประเทศกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันในตลาด EV ไทย
นี่อาจเป็นคำถามที่กระทบผู้ซื้อโดยตรงที่สุด หากรถนำเข้าต้องแบกรับภาษีสูงขึ้น ผู้ผลิตอาจส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังราคาขาย แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเท่ากับอัตราภาษีทั้งหมด เพราะผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายอาจเลือกบริหารต้นทุน ลดกำไร หรือใช้โปรโมชั่นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ในอีกมุมหนึ่ง หากค่ายรถหันมาผลิตในประเทศมากขึ้น ผู้บริโภคอาจมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในระยะยาว ขณะที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการลงทุนในโรงงาน การผลิตชิ้นส่วน การจ้างงาน และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน EV
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 รถยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่ในไทยอยู่ที่ 126,950 คัน เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรถยนต์กลุ่ม xEV มีสัดส่วนรวม 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน BOI ระบุว่ามีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรม EV และกิจการเกี่ยวเนื่องที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 189 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 151,372 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยไม่ได้มอง EV เป็นเพียงสินค้าที่เข้ามาขายในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังพยายามสร้างระบบนิเวศการผลิตตั้งแต่รถยนต์ แบตเตอรี่ ไปจนถึงชิ้นส่วนและสถานีชาร์จ
ดังนั้น การเปลี่ยนโครงสร้างภาษีครั้งนี้จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด EV ไทย คำถามต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่า “รถ EV จะขึ้นราคาไหม?” แต่คือ “ค่ายรถรายใดจะยอมลงทุนในไทยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และประเทศไทยจะเปลี่ยนการเติบโตของตลาด EV ให้เป็นการลงทุนและการจ้างงาน ได้มากแค่ไหน?”
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันแล้ว พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นเช่นกัน สามารถติดตามสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้ผ่าน https://acuthai.com/โปรโมชัน/
ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY
| Cookie | Duration | Description |
|---|---|---|
| cookielawinfo-checkbox-analytics | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics". |
| cookielawinfo-checkbox-functional | 11 months | The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional" |
| cookielawinfo-checkbox-necessary | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary". |
| cookielawinfo-checkbox-others | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other". |
| cookielawinfo-checkbox-performance | 11 months | This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance". |
| viewed_cookie_policy | 11 months | The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data. |