fbpx
Search
Close this search box.

เคล็ด(ไม่)ลับ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต รีสตาร์ทชีวิต

ความสะดวกสบายของบัตรเครดิต ทำให้หลาย ๆ คนเริ่มมีพฤติกรรมการใช้เงินที่เปลี่ยนไป กลายเป็นว่าการรูดบัตรเครดิตที่แสนง่าย ไม่ได้จับเงินจริง ๆ ทำให้เราไม่สามารถกำหนดการใช้เงินของตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อน จนเกิดปัญหา ‘หนี้บัตรเครดิต’ อันเป็นเรื่องยอดฮิตของคนไทย ครั้งนี้ ACU PAY จะมาบอกเคล็ดไม่ลับ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระอัตราดอกเบี้ยในการจ่ายหนี้ให้ถูกลง ด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต’ ซี่งจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง ตามอ่านกันต่อได้เลย

รีไฟแนนซ์ คืออะไร ?

การรีไฟแนนซ์ คือวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการหนี้บัตรเครดิตก้อนโต และสามารถปลดหนี้ได้ในที่สุด ซึ่งการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ทำได้ด้วยการรวมหนี้บัตรเครดิตทุกใบ แล้วย้ายมาเป็นยอดหนี้ก้อนเดียวกับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดียว เพื่อผ่อนเป็นรายเดือนในยอดผ่อนที่ถูกกว่า สามารถลดภาระชำระหนี้และยืดเวลาจ่ายหนี้ได้

การรีไฟแนนซ์เหมาะกับใคร

เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ มียอดค้างชำระสูง จ่ายขั้นต่ำมาเป็นระยะเวลายาวนานแต่หนี้ไม่ลดสักที ยิ่งถ้าใช้แบบผิดวิธี อย่าง การกดเงินสดจากบัตรเครดิตใบใหม่เพื่อนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตใบเดิม ก็จะยิ่งทำให้ดอกเบี้ยจ่ายไม่หมดไม่สิ้น ซึ่งการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากเคลียร์หนี้บัตรเครดิตให้หมดไป

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

การรีไฟแนนซ์ที่รวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบ เอามาไว้ในที่เดียว ทำให้เราสามารถจ่ายหนี้รวมแค่ก้อนเดียว จำนวนเดียว ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกลง ดีกว่าต้องแยกจ่ายทีละใบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง 

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเริ่มต้นอย่างไร ?

  1. เช็กยอดหนี้บัตรเครดิตที่มีทั้งหมด

    เพื่อขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับยอดหนี้ โดยเริ่มจาก ตั้งวงเงินสินเชื่อให้มากกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เพราะบางครั้งสถาบันการเงินอาจพิจารณาให้สินเชื่อไม่เต็มจำนวน ในกรณีที่ ได้วงเงินขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ได้ต่ำกว่าหนี้สินทั้งหมด ให้เลือกนำเงินขอสินเชื่อไปชำระหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยที่แพงที่สุดก่อน เพื่อป้องกันดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

  2. ยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด
    ยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยควรเลือกแหล่งที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด พิจารณาโปรโมชัน ระยะเวลาการผ่อนชำระ และเงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์และความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเอง ซึ่งระยะเวลาในการผ่อนค่อนข้างยืดหยุ่น ตั้งแต่ 18 – 60 เดือน
  3. เลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

    เปรียบเทียบโปรโมชั่นของแต่ละที่ให้ดี เลือกที่ ๆ ให้โปรโมชั่นที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ปัจจุบันมีธนาคารหรือสถาบันการเงินหลายแห่ง มีโปรโมชั่นสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อจูงใจลูกค้าให้มาสมัคร เช่น ให้วงเงินกู้สูงสุด 3 – 5 เท่าของรายได้ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน การลดดอกเบี้ยพิเศษ หรือฟรีค่าธรรมเนียม เป็นต้น

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเป็นหนึ่งทางออกที่ช่วยให้สามารถจัดการหนี้สินที่เกินความสามารถในการจ่าย มีเวลาในการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น สามารถนำเงิน ไปหมุนกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อย่างไรก็ตามทางออกที่ดีที่สุดในการจัดการหนี้บัตรเครดิต คือ สร้างวินัยในการใช้เงิน โดยหยุดสร้างหนี้เพิ่ม เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่หยุดสร้างหนี้ การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็อาจจะไม่ใช่ตัวช่วย แต่เป็นการเพิ่มภาระหนี้ซ้ำซ้อน กลายเป็นวงจรหนี้ระยะยาวที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ดังนั้น ถ้าเราหยุดสร้างหนี้ และเปลี่ยนมามีวินัยในการใช้เงินมากเท่าไหร่ เมื่อนั้นเรามีสามารถจัดการการเงินของตัวเองได้แล้ว เราก็จะมีเงินไว้ออมในเงินสำรองฉุกเฉิน หรือนำไปต่อยอดในการลงทุนมากขึ้นนั่นเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่