fbpx
Search
Close this search box.

“พร้อมเพย์” โตต่อเนื่อง คนไทยใช้สแกนจ่ายมากขึ้นในปี 2026

             ปัจจุบันการใช้จ่ายผ่านมือถือกลายเป็นเรื่องปกติของคนไทยไปแล้ว ไม่ว่าจะซื้ออาหาร จ่ายค่าเดินทาง หรือซื้อของตามร้านทั่วไป หลายคนเลือกใช้การสแกน QR Code แทนการใช้เงินสด เพราะสะดวก รวดเร็ว และสามารถทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ซึ่งในปี 2026 ระบบ “พร้อมเพย์” ของประเทศไทยก็ยังคงเติบโตต่อเนื่องอย่างชัดเจน

             ล่าสุด บริษัท National ITMX หรือ NITMX ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินของประเทศ เปิดเผยข้อมูลว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบบพร้อมเพย์มีปริมาณธุรกรรมรวมสูงถึง 2.21 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีมูลค่าธุรกรรมรวมกว่า 4.28 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยใช้ระบบดิจิทัลในการโอนเงินและจ่ายเงินมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

             หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้พร้อมเพย์ได้รับความนิยม คือความสะดวกในการใช้งาน เพราะสามารถโอนเงินหรือสแกนจ่ายได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมากเหมือนในอดีต อีกทั้งร้านค้าทั่วประเทศก็เริ่มรองรับการจ่ายเงินผ่าน QR Code มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ตลาดนัด คาเฟ่ หรือร้านค้าขนาดเล็ก ทำให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการจ่ายเงินผ่านมือถือในชีวิตประจำวัน

             นอกจากการโอนเงินระหว่างบุคคลแล้ว การจ่ายค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้า SME ที่ต้องการระบบรับเงินที่ต้นทุนต่ำและใช้งานง่าย เพราะเพียงมีบัญชีธนาคารและ QR Code ก็สามารถรับชำระเงินได้ทันที ต่างจากในอดีตที่ต้องลงทุนติดตั้งเครื่องรูดบัตรราคาแพง

             อีกเรื่องที่น่าสนใจคือระบบ Cross-Border QR Payment หรือการสแกนจ่ายข้ามประเทศ ที่กำลังเติบโตตามการท่องเที่ยวของไทย โดยข้อมูลจาก NITMX ระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าธุรกรรมจากการสแกนจ่ายข้ามประเทศเพิ่มขึ้นถึง 283% เมื่อเทียบกับปีก่อน และประเทศที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดคือประเทศจีน รองลงมาคือมาเลเซียและลาว

             การเติบโตของระบบนี้ส่งผลดีต่อร้านค้าไทยโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้แอปชำระเงินจากประเทศของตัวเองสแกนจ่ายในประเทศไทยได้ทันที ทำให้ร้านค้าไม่จำเป็นต้องรับเฉพาะเงินสดอีกต่อไป โดยเฉพาะร้านค้าในพื้นที่ท่องเที่ยวที่เริ่มติดป้ายรองรับการสแกนจ่ายจากต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ จำนวนการลงทะเบียนพร้อมเพย์ในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการลงทะเบียนรวมกว่า 82 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่าระบบดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้งานเฉพาะคนทั่วไปเท่านั้น แต่ภาคธุรกิจเองก็เริ่มพึ่งพาระบบดิจิทัลในการรับชำระเงินมากขึ้นเช่นกัน

             แม้ระบบการชำระเงินดิจิทัลจะช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น แต่ก็ทำให้พฤติกรรมการใช้เงินของคนไทยเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะหลายคนเริ่มใช้จ่ายง่ายขึ้นเมื่อไม่ต้องเห็นเงินสดจริง ๆ ทำให้เรื่องการวางแผนการเงินและการควบคุมค่าใช้จ่ายกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นในยุคดิจิทัล

             อย่างไรก็ตาม การเติบโตของพร้อมเพย์และ QR Payment ถือเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านร้านค้า การท่องเที่ยว และระบบการเงินของประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าการสแกนจ่ายจะไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยในยุคปัจจุบัน

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่