fbpx
Search
Close this search box.

 เจาะกระเป๋าตังค์คนไทยปี 2569 เมื่อของแพงเพราะพิษน้ำมัน แต่ยังมีเทรนด์ฮิตช่วยพยุง

             ถ้าลองสังเกตสิ่งรอบตัวในเวลานี้ หลายคนคงรู้สึกคล้ายๆ กันว่า การใช้ชีวิตในแต่ละวันดูเหมือน จะต้องคิดหน้าคิดหลังเรื่องเงินกันมากขึ้น ไม่ว่าจะก้าวขาออกจากบ้านไปทำงาน ไปเดินตลาด หรือสั่งของออนไลน์ ภาพรวมของบ้านเราในตอนนี้ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คืออยู่ในภาวะ “ประคองตัว” คือมีทั้งเรื่องที่ทำให้เราต้องปาดเหงื่อกับราคาสินค้า และ เรื่องดีๆ ที่เข้ามาช่วยเติมพลังสลับกันไป เหมือนชีวิตที่ต้องคอยลุ้นและปรับตัวกันอยู่ตลอดเวลา เรามาลองเจาะดูกันทีละเรื่องดีกว่า ว่า วิถีชีวิต และ ปากท้องของพวกเราในปัจจุบัน กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยอะไรบ้าง และเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่

​มหากาพย์น้ำมันแพง ชนวนเหตุ “ของแพงถาวร” ที่ต้องปาดเหงื่อ

             เรื่องร้อนแรงที่กระทบกับทุกคนเต็มๆ ในชีวิตประจำวันแบบเลี่ยงไม่ได้ก็คือ “ราคาน้ำมัน” ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ส่งผลให้สินค้าและบริการอย่างอื่นแพงตามกันไปเป็นทอดๆ

  • ค่าเดินทางพุ่งสูง: เมื่อต้นทุนขนส่งแพงขึ้น ค่าโดยสารรถสาธารณะก็เริ่มขยับราคาตาม ทำให้คนทำงานและนักเรียนนักศึกษาต้องจ่ายค่ารถแพงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
  • ​อาหารสำเร็จรูปราคาสูงถาวร: ค่าของกินและอาหารพร้อมทาน ข้าวราดแกง หรือข้าวกล่องตามสั่ง พากันปรับราคาขยับขึ้นเกาะกลุ่มอยู่ในเกณฑ์สูงตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าแก๊สหุงต้ม และมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นการปรับราคาขึ้นแบบถาวร คงไม่ลดลงง่ายๆ
  • ​เงิน 100 บาทที่ลดคุณค่าลง: เงินแบงก์ร้อยใบเดียวในกระเป๋าตอนนี้ซื้อของกินของใช้ได้น้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะ จากที่เคยซื้อข้าวได้ตั้งสองมื้อพร้อมน้ำดื่ม ตอนนี้แค่มื้อเดียวบวกขนมอีกนิดหน่อยเงินก็แทบหมดกระเป๋าแล้ว
  •  ทางออกยุคน้ำมันแพง เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว

             ​จากปัญหาน้ำมันแพงแสนโหดนี้เอง ได้กลายเป็นตัวเร่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บนท้องถนนบ้านเราอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตแบบกระโดด: ความนิยมใน “รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV” เติบโตแบบก้าวกระโดด ยอดขายตามโชว์รูมและงานมหกรรมรถยนต์ต่างๆ ถล่มทลายอย่างเห็นได้ชัด
  • คนไทยพร้อมปรับตัว: ตอนนี้เริ่มเห็นคนรอบตัวหรือเพื่อนร่วมงานมีแพลนกำลังจะเปลี่ยนรถใหม่ หรือตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า เรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเซฟเงินในกระเป๋าและหลีกเลี่ยงน้ำมันแพง
  • กระตุ้นบรรยากาศเศรษฐกิจ: เทรนด์นี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศยังคงมีความคึกคักและมีสีสันอยู่บ้าง
  • ท่องเที่ยวฟื้นตัว ฮีโร่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้ร้านค้า

             การจับจ่ายภายในประเทศของคนไทยอาจจะดูรัดเข็มขัดและเน้นความประหยัดกันมากขึ้น แต่เศรษฐกิจบ้านเราก็ยังพอมีฮีโร่ตัวจริงเสียงจริงมาช่วยพยุงไว้ นั่นก็คือภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยในปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง หรือย่านสตรีทฟู้ด เริ่มกลับมาหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางมาจากประเทศไกลๆ รวมถึงเพื่อนบ้านอย่างคนจีน และ มาเลเซีย

             แม้ว่าตั๋วเครื่องบินทั่วโลกจะแพงขึ้นจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่งบน้อยลดลงไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวนี่แหละที่เป็นน้ำเลี้ยงหลักช่วยหล่อเลี้ยงร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก และ พ่อค้าแม่ค้าขายของฝากรายย่อย เงินท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาช่วยต่อลมหายใจ และ พยุงเศรษฐกิจในยามที่ภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น ภาคการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศหรือโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว

  • ครึ่งปีหลังที่ต้องจับตา อะไรจะแพงขึ้น และ อะไรจะถูกลง?

​             สำหรับช่วงครึ่งปีหลังนี้ สิ่งที่เราต้องเตรียมรับมือและวางแผนในชีวิตประจำวัน มีทั้งปัจจัยลบที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และปัจจัยบวกที่จะกลายมาเป็นโอกาสในการเซฟเงินในกระเป๋า โดยสามารถแบ่งออกเป็นด้านที่ต้องระมัดระวังและด้านที่เป็นข่าวดี ดังนี้

สิ่งที่ต้องระวัง (แนวโน้มแพงขึ้น/ทรงตัวสูง)

  • ผักสดราคาพุ่งจากต้นทุนขนส่งและสภาพอากาศ: สภาพอากาศที่แปรปรวนจากปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับ “ต้นทุนค่าน้ำมันขนส่ง” ที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและการกระจายสินค้าทางการเกษตร ทำให้ผักสดในท้องตลาดขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นในบางช่วงเวลา
  • อาหารสำเร็จรูปราคาสูงถาวร: ราคาของกินและอาหารพร้อมทาน ข้าวราดแกง หรืออาหารตามสั่งยังคงขยับราคาขึ้นเกาะกลุ่มอยู่ในเกณฑ์สูงตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าแก๊สหุงต้ม ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นการปรับราคาขึ้นแบบถาวรและไม่ลดลงง่ายๆ

สิ่งที่เป็นข่าวดี (แนวโน้มถูกลง)

  • ราคาเนื้อสัตว์จับต้องได้มากขึ้น: แม้ผักจะแพงหรือข้าวจานเดี่ยวจะปรับราคาถาวร แต่ข่าวดีคือราคาเนื้อสัตว์ต่างๆ ในตลาดสด เช่น หมู และ ไก่ เริ่มมีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการและมีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลงมา

 

  • จุดประกายเทรนด์ทำอาหารทานเอง (Home-Cooking Trend): ราคาเนื้อสัตว์ที่ถูกลงนี้เอง ได้กลายเป็น “เทรนด์ฮิตช่วยพยุงกระเป๋า” อีกหนึ่งทางเลือก โดยกลุ่มแม่บ้านและคนทำงานยุคนี้หันมาเลือกซื้อวัตถุดิบเนื้อสัตว์ที่ราคาลดลงมาสร้างสรรค์เมนูทำทานเองที่บ้าน หรือทำห่อข้าวไปกินที่ทำงาน (Bento) เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารสำเร็จรูปราคาแพงถาวรข้างนอก เป็นการปรับตัวเพื่อเซฟเงินที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

 

​ก้าวต่อไปในยุคของการปรับตัว

             เมื่อมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2569 นี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือยุคสมัยที่พวกเราทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญแบบ “ฉลาดใช้ ฉลาดออม” และวางแผนทางการเงินกันอย่างรอบคอบ

             แม้ว่าเราจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะราคาน้ำมันโลกที่ยังคงผันผวนจนส่งผลกระทบโดยตรงให้อัตราค่าครองชีพรอบตัวดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอันยอดเยี่ยมของคนไทยเอง ที่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและพลังงานทางเลือกใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการปรับพฤติกรรมสู่เทรนด์การทำอาหารทานเองเพื่อสู้กับวิกฤต ด้วยเหตุปัจจัยและเทรนด์ช่วยพยุงเหล่านี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทย จะยังคงสามารถพยุงตัว ปรับทิศทาง และจับมือกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

ผู้เขียน

Picture of ACU PAY Thailand

ACU PAY Thailand

ให้ทุกเรื่องการเงินเป็นเรื่องง่าย เริ่มต้นวันดีๆ ไปกับเรา MAKE A GREAT DAY WITH ACU PAY

บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนๆ สามารถติดตาม ACU PAY Thailand ผ่านช่องทางการติดตามอื่นๆ ได้ที่